Logo Webboard ของ sayanhasanya
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!


  หมวดหมู่สำหรับพูดคุย สนทนา เรื่องราวทั่วไป จิปาถะ

  

  Topic : ร้องเพลงพี่เป้า แล้วนำมาลงแบ่งกันฟัง เพื่อฝึกและพัฒนาการร้องเพลงให้ดีขึ้นครับ

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]2 3 ...9 10 11   Next >>
  ผู้ชมทั่วไป ดอกแค ชายทุ่ง

  113.53.200.24

  โพสต์เมื่อ : 1 มี.ค. 2554 09:28 น.

  

ท่านคอเพลงพี่เป้าทั้งหลายครับ พวกเราชื่นชอบเพลงพี่เป้ากันและคิดว่าลีลาการร้องเพลงพี่เป้าของแต่ละคนคงร้องได้ดียิ่งกว่าร้องเพลงของนักร้องท่านอื่น  ดังนั้น กระทู้นี้จึงอยากให้สมาชิก ร้องเพลงเฉพาะเพลงพี่เป้านะครับ แล้วนำมาลงแบ่งกันฟัง แล้วช่วยกันแสดงความคิดเห็น ช่วยกันวิจารณ์ไปด้วย เพื่อพัฒนาสร้างสรรค์พัฒนาการร้องเพลงครับ การวิจารณ์ก็ต้องวิจารณ์อย่างจริงใจ คนร้องก็พร้อมรับฟังไม่มีโกรธกัน  แล้วช่วยกันพัฒนาการฝึกร้องเพลง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะมองไม่เห็นจุดอ่อนตัวเอง จึงให้คนอื่นๆ ช่วยมองแทนเรา ร้องแล้วนำมาลงให้ฟังนะครับ   ประเดี๋ยวท่านพงศ์อิทธิ์ ฯ เว็บมาสเตอร์ ผู้ใจดีท่านคงกรุณาปักหมุดกระทู้นี้ให้ เพื่อพวกเราจะได้มีช่องทางหาความบันเทิงได้มากขึ้นครับ (หลีกหนีอบายมุขสิ่งเสพติด หันมาร้องเพลงกันนะครับ)




  1 มี.ค. 2554 10:47 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ. แดง ดอนตรอ

  118.174.116.232

  

พี่"ดอกแค"   เป็นคนจุดประกายอะไรแล้ว  ดัง  ทุกรายการ......

เป็นความคิดที่ดีและเยี่ยมยอด  และ  อ.  ดง  ได้วิจารณ์ด้วยใจเมตตา เพื่อให้เพื่อน  ๆ  พัฒนาการร้องเพลงดีขึ้น  ตามความเป็นจริง

ขาดตกบกพร่องตรงไหนจะช่วยชี้แนะ และ  อ.  แดง  เองก็ตาม ยังมีข้อบกพร่องอีกมากที่เรามองไม่เห็นยินดีที่จะ  ให้วิจาร์อย่างเปิดอก  

***หามิได้ครับ  กลับขอบพระคุณเสียอีก  ให้เกียรติวิจารณ์ เสียงร้องของผม   พี่ดอกแค  กล่าวว่าเราแก่ไปไหม  40  กว่า  ๆ  ผมบอกว่ไม่มีคำว่า  "แก่"    สำหรับนักร้อง  ยิ่งแก่  ยิ่งมีประสบการณ์  หาความเติมเต็ม  ให้กับการร้องเพลงมากขึ้นครับ......

 


  1 มี.ค. 2554 23:47 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

พี่เป้าร้องเพลงได้สุดยอดจริง ๆ

เอาเป็นแบบอย่างได้ ถูกทางแล้ว  ใจรัก ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง

ร้องด้วยเสียงเราเอง เต็ม ๆ เสียง   แล้วใส่อารมณ์  ลูกเอื้อน ลูกหยอด

ต้องเริ่มด้วยการหายใจที่ถูกต้อง   หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องแฟบ

เพียงแต่ว่า  ซ้อมร้องประจำ   อัดเสียงได้อัดแล้วฟัง

มันต้องอยากร้องด้วย แล้วเพลงนั้น ๆ จะออกมาดี 

หลายท่านอาจมีปัญหา.........ทำไมร้องไม่ได้ ร้องไม่ดี

มันต้องใช้เวลา ร้องบ่อย ๆ ใช้เสียงให้ถูก   บอกได้ในเบื้องต้นว่า  เสียงก็เหมือนเครื่องดนตรี

มันทำประจำและถูกทาง ก็ทำให้  ดนตรีมีสำเนียง   มีอารมณ์ 

..ลองร้องตามสะดวก

..ลองร้องใส่อารมณ์ ตาม พี่เป้า

..น่าจะถามเท็คนิคพี่เป้า เวลาเจอกัน   ได้เอามาผสมผสาน

ก่อนอัดเสียงจริง ต้องซ้อม และสังเกต ตีบทให้แตก แล้วมันจะออกมาดี ได้

 


  2 มี.ค. 2554 00:12 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป sonwit

  125.25.251.166

  

อะฮ้า...   โครงการดี ดี มีให้เห็น อีกแล้วครับท่าน  ขอตัวไปทดสอบเสียงก่อนนะครับ  อิอิ

 


  2 มี.ค. 2554 08:00 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ดอกแค ชายทุ่ง

  113.53.92.212

  

ท่านสมบัตืให้ข้อแนะนำในการร้องเพลงที่ดี เป็นประโยชน์ครับ อย่างนี้เรียกว่า ไม่หวงวิชา อิอิ   เห็นด้วยครับ ต้องฝึก ต้องให้วิจารณ์ ต้องกล้ารับฟังคำวิจารณ์ด้วย  เพราะเรามักจะเคยชินกับตัวเองมาตั้งแต่เกิด เข้าข้างตัวเองอยู่แล้วจึงหาเหตุผลมาปกป้องตัวเองอยู่เนืองๆ ให้คนฟังเยอะ ๆ ให้เขาแสดงความคิดเห็น ความคิดเห็นอาจไม่ตรงกัน ก็ต้องใช้ความพยายามอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด ใคร่ครวญพิจารณาว่าจริงหรือไม่ อะไรที่นำมาปรับแก้ไขได้ก็ปรับไป จะได้ประโยชน์ครับ 

 


  2 มี.ค. 2554 09:27 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ. แดง ดอนตรอ

  180.180.192.197

  

  ขออนุญาตขยายให้อ่านชัด  ๆ   แนะนำดี  ของท่าน samabati

พี่เป้าร้องเพลงได้สุดยอดจริง ๆ

เอาเป็นแบบอย่างได้ ถูกทางแล้ว  ใจรัก ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง

ร้องด้วยเสียงเราเอง เต็ม ๆ เสียง   แล้วใส่อารมณ์  ลูกเอื้อน ลูกหยอด

ต้องเริ่มด้วยการหายใจที่ถูกต้อง   หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องแฟบ

เพียงแต่ว่า  ซ้อมร้องประจำ   อัดเสียงได้อัดแล้วฟัง

มันต้องอยากร้องด้วย แล้วเพลงนั้น ๆ จะออกมาดี 

หลายท่านอาจมีปัญหา.........ทำไมร้องไม่ได้ ร้องไม่ดี

มันต้องใช้เวลา ร้องบ่อย ๆ ใช้เสียงให้ถูก   บอกได้ในเบื้องต้นว่า  เสียงก็เหมือนเครื่องดนตรี

มันทำประจำและถูกทาง ก็ทำให้  ดนตรีมีสำเนียง   มีอารมณ์ 

..ลองร้องตามสะดวก

..ลองร้องใส่อารมณ์ ตาม พี่เป้า

..น่าจะถามเท็คนิคพี่เป้า เวลาเจอกัน   ได้เอามาผสมผสาน

ก่อนอัดเสียงจริง ต้องซ้อม และสังเกต ตีบทให้แตก แล้วมันจะออกมาดี ได้

1.  เพลงออกมาดีอยากร้องเพลงนี้ไหม   ร้องจนกว่าพอใจ  กี่ครั้งก็ไม่เบื่อ.....

2.  อ่านเพลฃงแตก   ว่าเพลงนี้  ใช้เสียงสูงต่ำ  ตรงไหน  ทั้งนี้ต้องลื่นไหลกลมกลืนทั้งเพลง.......และเหนือชั้นกว่าใคร  คาดไม่ถึง    ร้องได้ดีเกินคาด

3.  ในหนึ่งเพลงต้องมีเสียงอภินิหาริย์  หลายจุด 

4.  ในหนึ่งเพลงมีหลากหลาย  หลายเสียงผสมกลมกลืน   ลูกคอ   ลูกเอื้อน.....

5.  อื่น  ๆ  บอกไม่ถูก เป็นของใครของมัน

6.  ใช้เอกลักษณ์ตัวเองเป็นหลัก   ต้นแบบนำมาศึกษาได้  ลองฝึกเอื้อนตามแบบ  แต่ไม่ได้ตามแบบ  แปลงเป็นของเราเอง

***************ขออนุญาตเพ้อวันนี้นะครับ***********

 


  2 มี.ค. 2554 10:52 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

ผมมีประสพการณ์ตรง แต่มันยาว รายละเอียดอยู่ ที่การซ้อม บวก ไฝ่หาข้อมูล

เพราะพื้นฐานแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ผมอาจโชคดีในโชคร้าย

...ผมก็ชอบร้องมาตั้งแต่เด็ก นักร้องดังทุกแนว ร้องได้หมด  สมัยนั้น สุรพล สมบัติเจริญ เลย พอสุรพลเสียก็ เพลิน พรมแดน 

..แนวเสียงเหมาะกับยอดรัก สลักใจ ใช้หากินประจำ

..แต่ พี่เป้า สายัณห์ สัญญา  เป็นเพลงหวาน  มาทาง ศรคีรี ศรีประจวบ ซึ่งร้องไม่ถึง

..รวบลัด ต่อมาเห็น ดารา ใครก็ร้องเพลง เพราะเขาเรียน หรือซ้อมนิดหน่อย แม้แต่วงสตริงดัง ๆ เวลาอัดแผ่นก็ไม่ได้เล่นเอง  ใช้แกะ

..สมัยร้องห้องอาหาร ก็ต่อเพลงใหม่ นี่แหละ  เวลาต่อเพลงใหม่  เราจะฟังให้ได้ เนื้อ ได้ทำนอง

แต่ ใจกับ ปฏิบัติ เท่านั้น ที่ ทำได้ตามนั้นไหม

..สรุปง่าย ๆ  ก็แกะการร้อง  ให้ดีเป็นเพลง ๆ ก่อน  โดยเฉพาะ เพลงพี่เป้า  มีมิติ หลายชั้น 

อย่างทูล ทองใจ เสียง น้ำเสียงเขาดี แต่ร้อง ไม่มีลูกคอ   แต่พี่เป้าเหมือน แนว ไทยเดิม ที่ พยางค์เดียว มีหลายโน้ต

ลองฟัง  อย่าลืมตัว  .............คำว่า    เจ้า............พยางค์เดียว  

..คือสังเกต แล้ว ทำความเข้าใจ  แล้วผู้ร้อง ก็จะ  เหมือนบล็อค แม่พิมพ์   ตีบทแตก ด้านเสียง

 

..เวลาฟังเพลงทั่วไป ลองฟัง และเคาะเท้า จังหวะตก   ก็เล่นคำหลัก ๆ ที่จังหวะตก.........

จะบี้ ขยี้ จะทิ้งคำ จะเอื้อน จะลูกคอ       ก็จังหวะตก ก็จะไปกะดนตรี

แล้วเสียงใครก็ตาม จะดีไม่ดี  มันก็จะ หล่อ....ทันที

...ก็เที่ยวแรก ๆ ท่อง เหมือนอ่านหนังสือ อ่านออกเสียง  ให้ชัดถ้อยชัดคำ

...วงจุฬารัตน์ ครูมงคล อมาตยกุล ก่อนอัดเสียง เข้าห้องอัด  เขาให้นักร้อง ร้องจนเพลงช้ำ หน้าเวที ก่อน  แสดงให้เห็นว่า  ต้อง รู้ทางเพลงให้ดี และซ้อม

..แม้แต่พี่เป้า ตอนร้อง ลูกสาวผู้การ  ลองอ่านเรื่องราวชีวิตดู  

..ฉะนั้น  ก่อนอัดเสียง  ถ้าได้ซ้อมให้ดี ก็จะง่าย  ผมก็เคยอัด แต่ไม่ดี     ร่างกายก็ต้องพร้อม  ต้องมีเวลา ฟิตซ้อม ผมว่าแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ร่างกายผม ก็ลองแล้ว น่าจะประมาณ 1 เดือน  วิ่ง ว่ายน้ำ

ซ้อม  ได้ทำนองแล้ว ได้เนื้อแล้ว ต้องได้อารมณ์  (เพราะบางท่านไม่ทราบว่า จังหวะตก  มีเน้น มีหลักตรงนั้น ก็ลำบาก)  เสียงเรา ถ้าร่างกายไม่พร้อม มันก็ไม่ไหลลื่น ตามจังหวะ บางทีก็ไม่ทันจังหวะ เพราะจังหวะมัน ไปแบบสม่ำเสมอ  ไม่รอเรา

...ลองแวะไป ปรึกษา อ.ณพนรรจ์ ขวัญประภา ได้  พี่ท่าน สามารถคุมร้อง โดย เจ้าของเพลง รุ่นพี่ รุ่นครู ยอมรับ      หลัก ๆ ที่จังหวะตก

...ยังมีส่วนอื่น ๆ ก็ไม่เป็นไร มันไปตามจังหวะตก  ตรงจังหวะตก จะมี หนัก เบา  ลูกคอ  หรืออะไร ก็ว่าไปตามเพลง   จังหวะยก ก็จะไหลลื่นไปเอง

...ตามหลักการซ้อม  วันแรก วันที่สอง วันที่สาม   เริ่มพัฒนา    ..........ซ้อมวันละนิดทุกวัน ดีกว่าซ้อมมาก ๆ แต่ หลายวันซ้อม     7 วันว่างซ้อมดนตรี  อะไรประมาณนั้น

...ซ้อมตอน ตื่นนอนใหม่ ๆ ก็จะดีกว่า    ไม่จำเป็นต้องเสียงสูง  ซ้อมให้สบาย ๆ อย่าบีบเสียงหรือดัดเสียง

 

นอกนั้นแล้วแต่  อารมณ์เพลง ของคนร้อง  

การร้องเต็มเสียง คือ ร้องจาก ท้องเลย...............ที่เขาเรียกปอดใหญ่ ความจริงเป็น ถุงลม ช่วงท้อง

ซ้อมร้อง โห่ะ.........สั้น ๆ เสียงจะพุ่ง    เวลาร้องเพลงให้เปิดคอ   เหมือนหาว.......... และยกคิ้ว เวลาเจอเสียงสูง.........เบ่งที่ท้อง  และ ขมิบก้น 

แล้วถุงลมจะเก็บลมได้มากขึ้น ถ้าบริหารประจำ 

...ลองดู    นั่งหรือยืนตัวตรง ๆ  ร้อง อา.................จากท้อง เบิกคิ้ว    เสียงยาว ๆ   จับเวลา ดู  อีกสามวัน มาเทียบดู

..ร้องให้ครบ     ในลมหายใจเดียว      อา อี เอ โอ อู.............................ฝึกลมหายใจและรูปปาก

ถ้าได้แล้วก็ฝึกลูกคอ โดยร้อง    สลับ    โด เร    เป็น    อา(โด) อา(เร)  อันนี้ให้ อ.นักดนตรี เทียบ  ถ้ายากไป ให้ร้อง  อา....................เสียงเดียว แต่มีคลื่น สม่ำเสมอ หรือ  สะอึกสม่ำเสมอ

อะ อะ อะ อะ  (เป็นเสียงอะก่อน แล้วร้องให้สม่ำเสมอ ภายในจังหวะเคาะเท้า ตก...ยก  หรือนับก่อน

1 2 3 4 ในจังหวะเคาะ ตก-ยก    V    มันจะเป็นรูปตัววี   

...แล้วเปลี่ยน 1 2 3 4 เป็น อะ อะ อะ อะ

...ประมาณนี้  ฝึกเพลงที่จะร้อง อัดเสียง  แต่ละ พยางค์  หรือ ทีละวรรค  เป็นทีละท่อน

...ครูเพลง เขาไม่กล้าแนะนำมาก เพราะบางคน     ครับ ๆ   ๆ   อาจเข้าใจ แต่ทำไม่ได้ทันที

...ผมก็คุยกะครูเพลง   ก็แนะนำว่า  อ๋อ   ก็เคยเป็น  คนคุมร้อง บอก  แต่ผมก็เข้าใจ  แต่ทำทันทีไม่ได้

ต้องให้เวลาเขา  ร้องสักพัก       เช่น   ใส่ลูกคอตรงนี้ 10 ชั้น     ครูบอกแล้ว ปล่อยให้เขาทำไปก่อน

...เพราะผมเห็นคนคุมร้อง   จี้เกินไป    เราไม่ใช่มืออาชีพ

...พี่เป้าร้อง  นับร้อยเที่ยว   เพื่อให้งานออกมาดี  ฉะนั้น   เรื่องเวลาในห้องอัด.............ต้องมีมาก ให้พอกับ กำลังของร่างกาย

..จะไม่กดดัน ให้เวลาอัดคนละเท่าไรว่าไป     อัดไม่ได้ ก็พัก ให้คนอื่นอัดต่อก่อน  (กรณี อัดทีละหลายคน)

...ร่างกายต้องฟิตมาก่อน เสียงต้องซ้อม  ให้เสียงพุ่ง   เพราะในห้องอัด  ต้องจัดการเรื่อง อารมณ์ ก็หนักแล้ว

 

เอาจุดสำคัญ ๆ  ไปซ้อม ไปทำ  อันนี้ รวม ๆ

 


  2 มี.ค. 2554 11:13 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

เพิ่มกำลังใจ

...เพลงส่วนมากมี 4 ท่อน

ท่อน 1 2 4  ทำนองเดียวกัน 

ท่อน 3 แยกไป

....เท่ากับฝึกร้อง 2 ท่อนเอง บางทีท่อน 3 ก็คล้ายกัน    ยิ่งสมัยนี้ ถ้าร้องซ้ำ ก็ ก็อปปี้ได้ ถ้ามันยากไป

 

....ก็ใช้หลักการฟัง สังเกต อย่างเดิม ที่จังหวะตก....   ก็จะเทียบได้ว่า

ท่อน 1   แต่ละพยางค์  ร้องอารมณ์ไหน ทำนองไหน     ว่ากันเป็นวรรค  1 ท่อนมี 4 วรรค 

ท่อน 1,2,4 วรรค 1   เทียบกันเป็นพยางค์เลย   ต้องร้องโน้ตเดียวกัน  ก็

ท่อน 1,2,4 วรรค 2

ท่อน 1,2,4 วรรค 3

ท่อน 1,2,4 วรรค 4

คือถ้ารู้หลัก จะมากี่เพลง ให้รู้ว่า อารมณ์เพลง ประมาณไหน  เราก็จะร้องได้  เหมือน  บล็อคแม่พิมพ์ เลย

คือฟัง แล้ว  ..................ทุกคน ทำให้ดีอีกได้ สบาย สบาย

ถ้าจัดประกวด แนวพี่เป้า  ผมว่า  ได้อีกนับสิบคน   จะเข้าโครงการผมเลย อิอิ

คือ ต้องการ นักร้อง เงาเสียง นักร้องลูกทุ่ง ทุกยุคสมัย..............จะกี่คนก็ได้

..ตัวจริงไม่ว่าง ก็เอาตัวปลอมไป  ตัวจริงว่าง ก็ไปร้องด้วยกัน

..วงดนตรีผม ซาวด์สด เล่นสด 

..กรณี รู้จังหวะตก  ลูกเอื้อนลูกหยอด  เป็น   เวลาเหนื่อย  สังเกตพี่เป้า  ก็หยอดเสียงไป แอคโค่ มันช่วย   ก็ชักไมค์หายใจ ไม่ให้เข้าไมค์  จึงเป็นที่มาของตลกเอาไปเล่น 

แต่คนฟัง ได้อารมณ์เพลงอยู่ เพราะเสียงร้อง มีหนัก มีเบา    ตกจังหวะตก  จะจิกคำ.....เหมือนเราจิกเล็บบนเนื้อเรา

 

...จะให้  หัวเราะ     (....ให้   ....เราะ) คือจังหวะตก    ตรง (จะ....หัว...)  เสียงแหบไม่ได้ยิน ก็ยังเพราะ

ลองดู

 


  2 มี.ค. 2554 11:23 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ดอกแค ชายทุ่ง

  113.53.200.220

  

ขอบคุณครับท่านสมบัติ ที่ให้ความรู้เทคนิคการร้องเพลงให้ได้ดี  ยอมรับว่าท่านมีความรู้จริงๆ เป็นประโยชน์มาก  แต่ตัวหนังสือเล็กไป อ่านยาก ผมขออนุญาตก็อปมาขยายให้ใหญ่ขึ้นนะครับ

 

คำแนะนำจากท่านสมบัติครับ

ผมมีประสพการณ์ตรง แต่มันยาว รายละเอียดอยู่ ที่การซ้อม บวก ไฝ่หาข้อมูล

เพราะพื้นฐานแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ผมอาจโชคดีในโชคร้าย

...ผมก็ชอบร้องมาตั้งแต่เด็ก นักร้องดังทุกแนว ร้องได้หมด  สมัยนั้น สุรพล สมบัติเจริญ เลย พอสุรพลเสียก็ เพลิน พรมแดน 

..แนวเสียงเหมาะกับยอดรัก สลักใจ ใช้หากินประจำ

..แต่ พี่เป้า สายัณห์ สัญญา  เป็นเพลงหวาน  มาทาง ศรคีรี ศรีประจวบ ซึ่งร้องไม่ถึง

..รวบลัด ต่อมาเห็น ดารา ใครก็ร้องเพลง เพราะเขาเรียน หรือซ้อมนิดหน่อย แม้แต่วงสตริงดัง ๆ เวลาอัดแผ่นก็ไม่ได้เล่นเอง  ใช้แกะ

..สมัยร้องห้องอาหาร ก็ต่อเพลงใหม่ นี่แหละ  เวลาต่อเพลงใหม่  เราจะฟังให้ได้ เนื้อ ได้ทำนอง

แต่ ใจกับ ปฏิบัติ เท่านั้น ที่ ทำได้ตามนั้นไหม

..สรุปง่าย ๆ  ก็แกะการร้อง  ให้ดีเป็นเพลง ๆ ก่อน  โดยเฉพาะ เพลงพี่เป้า  มีมิติ หลายชั้น 

อย่างทูล ทองใจ เสียง น้ำเสียงเขาดี แต่ร้อง ไม่มีลูกคอ   แต่พี่เป้าเหมือน แนว ไทยเดิม ที่ พยางค์เดียว มีหลายโน้ต

ลองฟัง  อย่าลืมตัว  .............คำว่า    เจ้า............พยางค์เดียว  

..คือสังเกต แล้ว ทำความเข้าใจ  แล้วผู้ร้อง ก็จะ  เหมือนบล็อค แม่พิมพ์   ตีบทแตก ด้านเสียง

 

..เวลาฟังเพลงทั่วไป ลองฟัง และเคาะเท้า จังหวะตก   ก็เล่นคำหลัก ๆ ที่จังหวะตก.........

จะบี้ ขยี้ จะทิ้งคำ จะเอื้อน จะลูกคอ       ก็จังหวะตก ก็จะไปกะดนตรี

แล้วเสียงใครก็ตาม จะดีไม่ดี  มันก็จะ หล่อ....ทันที

...ก็เที่ยวแรก ๆ ท่อง เหมือนอ่านหนังสือ อ่านออกเสียง  ให้ชัดถ้อยชัดคำ

...วงจุฬารัตน์ ครูมงคล อมาตยกุล ก่อนอัดเสียง เข้าห้องอัด  เขาให้นักร้อง ร้องจนเพลงช้ำ หน้าเวที ก่อน  แสดงให้เห็นว่า  ต้อง รู้ทางเพลงให้ดี และซ้อม

..แม้แต่พี่เป้า ตอนร้อง ลูกสาวผู้การ  ลองอ่านเรื่องราวชีวิตดู  

..ฉะนั้น  ก่อนอัดเสียง  ถ้าได้ซ้อมให้ดี ก็จะง่าย  ผมก็เคยอัด แต่ไม่ดี     ร่างกายก็ต้องพร้อม  ต้องมีเวลา ฟิตซ้อม ผมว่าแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ร่างกายผม ก็ลองแล้ว น่าจะประมาณ 1 เดือน  วิ่ง ว่ายน้ำ

ซ้อม  ได้ทำนองแล้ว ได้เนื้อแล้ว ต้องได้อารมณ์  (เพราะบางท่านไม่ทราบว่า จังหวะตก  มีเน้น มีหลักตรงนั้น ก็ลำบาก)  เสียงเรา ถ้าร่างกายไม่พร้อม มันก็ไม่ไหลลื่น ตามจังหวะ บางทีก็ไม่ทันจังหวะ เพราะจังหวะมัน ไปแบบสม่ำเสมอ  ไม่รอเรา

...ลองแวะไป ปรึกษา อ.ณพนรรจ์ ขวัญประภา ได้  พี่ท่าน สามารถคุมร้อง โดย เจ้าของเพลง รุ่นพี่ รุ่นครู ยอมรับ      หลัก ๆ ที่จังหวะตก

...ยังมีส่วนอื่น ๆ ก็ไม่เป็นไร มันไปตามจังหวะตก  ตรงจังหวะตก จะมี หนัก เบา  ลูกคอ  หรืออะไร ก็ว่าไปตามเพลง   จังหวะยก ก็จะไหลลื่นไปเอง

...ตามหลักการซ้อม  วันแรก วันที่สอง วันที่สาม   เริ่มพัฒนา    ..........ซ้อมวันละนิดทุกวัน ดีกว่าซ้อมมาก ๆ แต่ หลายวันซ้อม     7 วันว่างซ้อมดนตรี  อะไรประมาณนั้น

...ซ้อมตอน ตื่นนอนใหม่ ๆ ก็จะดีกว่า    ไม่จำเป็นต้องเสียงสูง  ซ้อมให้สบาย ๆ อย่าบีบเสียงหรือดัดเสียง

 

นอกนั้นแล้วแต่  อารมณ์เพลง ของคนร้อง  

การร้องเต็มเสียง คือ ร้องจาก ท้องเลย...............ที่เขาเรียกปอดใหญ่ ความจริงเป็น ถุงลม ช่วงท้อง

ซ้อมร้อง โห่ะ.........สั้น ๆ เสียงจะพุ่ง    เวลาร้องเพลงให้เปิดคอ   เหมือนหาว.......... และยกคิ้ว เวลาเจอเสียงสูง.........เบ่งที่ท้อง  และ ขมิบก้น 

แล้วถุงลมจะเก็บลมได้มากขึ้น ถ้าบริหารประจำ 

...ลองดู    นั่งหรือยืนตัวตรง ๆ  ร้อง อา.................จากท้อง เบิกคิ้ว    เสียงยาว ๆ   จับเวลา ดู  อีกสามวัน มาเทียบดู

..ร้องให้ครบ     ในลมหายใจเดียว      อา อี เอ โอ อู.............................ฝึกลมหายใจและรูปปาก

ถ้าได้แล้วก็ฝึกลูกคอ โดยร้อง    สลับ    โด เร    เป็น    อา(โด) อา(เร)  อันนี้ให้ อ.นักดนตรี เทียบ  ถ้ายากไป ให้ร้อง  อา....................เสียงเดียว แต่มีคลื่น สม่ำเสมอ หรือ  สะอึกสม่ำเสมอ

อะ อะ อะ อะ  (เป็นเสียงอะก่อน แล้วร้องให้สม่ำเสมอ ภายในจังหวะเคาะเท้า ตก...ยก  หรือนับก่อน

1 2 3 4 ในจังหวะเคาะ ตก-ยก    V    มันจะเป็นรูปตัววี   

...แล้วเปลี่ยน 1 2 3 4 เป็น อะ อะ อะ อะ

...ประมาณนี้  ฝึกเพลงที่จะร้อง อัดเสียง  แต่ละ พยางค์  หรือ ทีละวรรค  เป็นทีละท่อน

...ครูเพลง เขาไม่กล้าแนะนำมาก เพราะบางคน     ครับ ๆ      อาจเข้าใจ แต่ทำไม่ได้ทันที

...ผมก็คุยกะครูเพลง   ก็แนะนำว่า  อ๋อ   ก็เคยเป็น  คนคุมร้อง บอก  แต่ผมก็เข้าใจ  แต่ทำทันทีไม่ได้

ต้องให้เวลาเขา  ร้องสักพัก       เช่น   ใส่ลูกคอตรงนี้ 10 ชั้น     ครูบอกแล้ว ปล่อยให้เขาทำไปก่อน

...เพราะผมเห็นคนคุมร้อง   จี้เกินไป    เราไม่ใช่มืออาชีพ

...พี่เป้าร้อง  นับร้อยเที่ยว   เพื่อให้งานออกมาดี  ฉะนั้น   เรื่องเวลาในห้องอัด.............ต้องมีมาก ให้พอกับ กำลังของร่างกาย

..จะไม่กดดัน ให้เวลาอัดคนละเท่าไรว่าไป     อัดไม่ได้ ก็พัก ให้คนอื่นอัดต่อก่อน  (กรณี อัดทีละหลายคน)

...ร่างกายต้องฟิตมาก่อน เสียงต้องซ้อม  ให้เสียงพุ่ง   เพราะในห้องอัด  ต้องจัดการเรื่อง อารมณ์ ก็หนักแล้ว

 

เอาจุดสำคัญ ๆ  ไปซ้อม ไปทำ  อันนี้ รวม ๆ

 

 

 


  2 มี.ค. 2554 11:28 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ดอกแค ชายทุ่ง

  113.53.200.220

  

ลงต่อครับ

คำแนะนำจากท่านสมบัติ (ต่อ)

เพิ่มกำลังใจ

...เพลงส่วนมากมี 4 ท่อน

ท่อน 1 2 4  ทำนองเดียวกัน 

ท่อน 3 แยกไป

....เท่ากับฝึกร้อง 2 ท่อนเอง บางทีท่อน 3 ก็คล้ายกัน    ยิ่งสมัยนี้ ถ้าร้องซ้ำ ก็ ก็อปปี้ได้ ถ้ามันยากไป

 

....ก็ใช้หลักการฟัง สังเกต อย่างเดิม ที่จังหวะตก....   ก็จะเทียบได้ว่า

ท่อน 1   แต่ละพยางค์  ร้องอารมณ์ไหน ทำนองไหน     ว่ากันเป็นวรรค  1 ท่อนมี 4 วรรค 

ท่อน 1,2,4 วรรค 1   เทียบกันเป็นพยางค์เลย   ต้องร้องโน้ตเดียวกัน  ก็

ท่อน 1,2,4 วรรค 2

ท่อน 1,2,4 วรรค 3

ท่อน 1,2,4 วรรค 4

คือถ้ารู้หลัก จะมากี่เพลง ให้รู้ว่า อารมณ์เพลง ประมาณไหน  เราก็จะร้องได้  เหมือน  บล็อคแม่พิมพ์ เลย

คือฟัง แล้ว  ..................ทุกคน ทำให้ดีอีกได้ สบาย สบาย

ถ้าจัดประกวด แนวพี่เป้า  ผมว่า  ได้อีกนับสิบคน   จะเข้าโครงการผมเลย อิอิ

คือ ต้องการ นักร้อง เงาเสียง นักร้องลูกทุ่ง ทุกยุคสมัย..............จะกี่คนก็ได้

..ตัวจริงไม่ว่าง ก็เอาตัวปลอมไป  ตัวจริงว่าง ก็ไปร้องด้วยกัน

..วงดนตรีผม ซาวด์สด เล่นสด 

..กรณี รู้จังหวะตก  ลูกเอื้อนลูกหยอด  เป็น   เวลาเหนื่อย  สังเกตพี่เป้า  ก็หยอดเสียงไป แอคโค่ มันช่วย   ก็ชักไมค์หายใจ ไม่ให้เข้าไมค์  จึงเป็นที่มาของตลกเอาไปเล่น 

แต่คนฟัง ได้อารมณ์เพลงอยู่ เพราะเสียงร้อง มีหนัก มีเบา    ตกจังหวะตก  จะจิกคำ.....เหมือนเราจิกเล็บบนเนื้อเรา

 

...จะให้  หัวเราะ     (....ให้   ....เราะ) คือจังหวะตก    ตรง (จะ....หัว...)  เสียงแหบไม่ได้ยิน ก็ยังเพราะ

ลองดู

 

 

 


  2 มี.ค. 2554 13:10 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

หลายวันก่อนผมโพสกระทู้ เพลง  กอดแก้หนาว อ.ชลธี ธารทองแต่ง ที่รวมอัลบั้มแล้วพิมพ์ผิด

..ก็เลยนึกได้  ขอโพสอีกนิด

..คุณดอกแค ร้องอัดเสียงเพลงใหม่ อาจเลือกลำบากหน่อย

..แต่ขอแนะนำ คนที่จะร้องเพลง พี่เป้า   ให้เลือกเพลงที่เหมาะ ๆ กับ กำลังก่อน

อย่าง   กอดแก้หนาว  ปิดห้องร้องไห้ อยู่กับความผิดหวัง  (เพลงอื่น ๆ ที่คีย์เสียงไม่สูงก่อน)

จะช่วยลด ตรง พลังได้  ก็ไปเก็บ อารมณ์ได้ครับ

...ผมว่า งานพี่เป้า มากพอ   ผมไม่เห็นมีเพลง   คนสวยโพธาราม.............

ผมซื้อไว้ 2 เพลง ว่าจะทำ อะเมดซิ่งสาวไทย   มี  คนสวยโพธาราม  กับ  สาวยโสธร

...สมัยปี 2525  ผมทำวงดนตรี ลูกทุ่งสุริยะ ให้สโมสรนักศึกษา ก็ประมาณ นักร้องเงาเสียง  แต่ผมก็ไปเจอนักร้องวงม๋อร๋อ รามคำแหง มีสายัณห์ 2 คน   

...ในภาพยนตร์ที่ผม กำลังเขียน เรื่อง บท   ภาคแรก  น่าจะใช้ นักร้องเงาเสียง ของนักร้องยุคนั้น

เช่น สายัณห์ สัญญา  ยอดรัก สลักใจ สุรชัย สมบัติเจริญ  ศรชัย เมฆวิเชียร  ศรเพชร ศรสุพรรณ ฯลฯ

...ถ้าคุณดอกแค จะอัดเสียงอัลบั้มเอง  ผมไม่อยากให้เสียเงินนัก ให้ซ้อมแบบรุ่นพี่   อาจารย์ผมซึ่งเป็นนักดนตรีวงจุฬารัตน์ บอกว่า นักร้องดังในวง  ตื่นนอนใหม่ ๆ เสียงร้องก็ฟังไม่ดีทั้งนั้น ก่อนร้องต้องวอร์มเสียง

..ผมกำลังจะตั้งวงดนตรี  ใช้งบ  1 หมื่นบาท  ทำแฟ้ม โน้ต 8 ชิ้น สัก 2 ชุด  ประมาณ 1 พัน และทำโน้ต เพลงละ 120 บาท   ถ้านักร้องใหม่ โน้ตใหม่เลยเพลงละ 500 บาท

นอกนั้นนักร้อง ก็มอง ๆ ดูอยู่  ส่วนหนึ่ง นักร้องใหม่ ๆ  และนักร้องเงาเสียง

ส่วนนักร้องดัง............ค่าตัวสูง  ต้องดูอีกที

คือคิดในใจ..........ถ้าวงสำเร็จ  ก็รับงานทั่วไป แบคอัฟ   แต่เศรษฐกิจยังไม่ดี

นึกเล่น ๆ  วงสมัยนี้คล้ายคอนเสิร์ต   แต่ต้องขยันทำป้ายนักร้องดัง  ..................ถ้ามีระดับพี่เป้า 5 คน

ช่วงไหนใครออก ก็โชว์ป้ายวงดนตรี ลูกทุ่งสุริยะ   นักร้อง........คนนั้น ๆ

แบบฉากลิเก แต่ดีกว่า หรือ หาวิธี

สมัยนี้ต้องพอเพียง   คือวงไม่ดัง คนไม่ดู   

....แถมเรื่อง  อัดเสียง นักร้อง

คนทำเพลง สมัยก่อนหรือส่วนมาก  เขาดูนักร้อง เสียงดี ก่อน  จะประกวดหรืออะไรก็แล้วแต่  เพราะก่อนหน้าประกวดหรือเสียงดี .............มันมีทางเดินของมันมา

..แต่สมัยนี้ มีวิชาการ มีทฤษฎี ปฏิบัติ มีโรงเรียน มีครู สอนเป็นอาชีพ 

ผมเห็นเด็กตั้งใจ ก็กำลังฝึกให้ออกกำลังก่อน แล้วจะแนะนำ เขาต้องการอัดเสียง เล่น ๆ เหมือนกัน

แต่นักดนตรี มาจากไหนไม่รู้ บอก  อย่าไปร้องเลย เสียงแบบนี้................

...เด็ก เลิกร้องไปเลย

...ซึ่งความจริง แล้ว  มันฝึกได้   ง่าย ๆ ก็   ร้องกับคาราโอเกะ  ร้องทุกวัน และร้องให้ถึงเพลง  ตรงนั้นเป็น สะสมพลังเลย    เหมือนนักมวยจะขึ้นชก   ฟิตหนัก ก่อนชก     แต่ก่อนหน้านั้นมันก็ต้องฝึก พื้นฐานมาก่อน 

...ตั้งเวลา แล้วซ้อม แบบสบายใจ  พลังอยู่ตัว ไม่กดดัน     ผมเคยซ้อม เพื่อประกวด   ขนาดไปเช่าคาราโอเกะ เป็นห้อง   เสียงพุ่ง พลังมากมาย  ไม่ต้องใช้ไมค์เลย

...ร้องเต็มที่ เต็มเสียง ห้องมันเก็บเสียง      นัดรวมกัน  ก็มีตัวหาร   ช่วงนั้น  เช่าร้องคนเดียวเลย

ถ้าเป็นห้องที่อัดเสียงได้   ก็จะวัด   เสียงเราได้  ว่าพัฒนา อย่างไร

....ก็นี่เป็นความจริง  อยู่ที่ใจ และกาย     ใจรักมีชัยไปกว่าครึ่ง      เตรียมร่างกาย  ฝึกซ้อม    เป็นมืออาชีพได้    เกิน 60 เต็มร้อย ก็ถือว่าผ่าน   แต่ตอนเรียน  50 ก็ผ่านแล้ว เลื่อนชั้น

...แค่ใจ  ก็เท่ากับ ผ่านเกณฑ์ 50 คือ เลื่อนชั้นได้แล้ว

ผมอาจได้เปรียบ เพราะชอบถาม ชอบฟัง ใครติชม ผมรับหมด

จริง ๆ แล้ว แค่ จับจุด.........เหมือนเราฟัง นักร้อง   ชาวบ้านฟังนักร้อง ทำไมรู้   คนนี้เสียงดี คนนี้ ร้องดีไม่ดี

...ตัดความกังวล แล้วเดินไปทีละขั้นบันได    ก็พยายาม     สร้างขั้นบันได ให้น้อย ๆ  จะได้ถึงชั้นง่าย ๆ

การเลือกเพลง  ที่เหมาะ ก็  เพราะกว่า  เพลงที่พลังเสียงยังไม่ได้ (สักวันก็จะได้)

...เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 

 

 


  2 มี.ค. 2554 13:33 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ดอกแค ชายทุ่ง

  113.53.200.220

  

ประสบการณ์ท่านเยอะจริงๆ ครับ น่าสนใจ ผมขยายลงต่อนะครับ หรือ ท่านลงครั้งต่อไป ให้ก็อบคลุมดำข้อความทั้งหมด แล้วคลิกช่อง ขนาดอักษร เลือกขยายได้เลยครับ

                              ............................

ต่อครับ

หลายวันก่อนผมโพสกระทู้ เพลง  กอดแก้หนาว อ.ชลธี ธารทองแต่ง ที่รวมอัลบั้มแล้วพิมพ์ผิด

..ก็เลยนึกได้  ขอโพสอีกนิด

..คุณดอกแค ร้องอัดเสียงเพลงใหม่ อาจเลือกลำบากหน่อย

..แต่ขอแนะนำ คนที่จะร้องเพลง พี่เป้า   ให้เลือกเพลงที่เหมาะ ๆ กับ กำลังก่อน

อย่าง   กอดแก้หนาว  ปิดห้องร้องไห้ อยู่กับความผิดหวัง  (เพลงอื่น ๆ ที่คีย์เสียงไม่สูงก่อน)

จะช่วยลด ตรง พลังได้  ก็ไปเก็บ อารมณ์ได้ครับ

...ผมว่า งานพี่เป้า มากพอ   ผมไม่เห็นมีเพลง   คนสวยโพธาราม.............

ผมซื้อไว้ 2 เพลง ว่าจะทำ อะเมดซิ่งสาวไทย   มี  คนสวยโพธาราม  กับ  สาวยโสธร

...สมัยปี 2525  ผมทำวงดนตรี ลูกทุ่งสุริยะ ให้สโมสรนักศึกษา ก็ประมาณ นักร้องเงาเสียง  แต่ผมก็ไปเจอนักร้องวงม๋อร๋อ รามคำแหง มีสายัณห์ 2 คน   

...ในภาพยนตร์ที่ผม กำลังเขียน เรื่อง บท   ภาคแรก  น่าจะใช้ นักร้องเงาเสียง ของนักร้องยุคนั้น

เช่น สายัณห์ สัญญา  ยอดรัก สลักใจ สุรชัย สมบัติเจริญ  ศรชัย เมฆวิเชียร  ศรเพชร ศรสุพรรณ ฯลฯ

...ถ้าคุณดอกแค จะอัดเสียงอัลบั้มเอง  ผมไม่อยากให้เสียเงินนัก ให้ซ้อมแบบรุ่นพี่   อาจารย์ผมซึ่งเป็นนักดนตรีวงจุฬารัตน์ บอกว่า นักร้องดังในวง  ตื่นนอนใหม่ ๆ เสียงร้องก็ฟังไม่ดีทั้งนั้น ก่อนร้องต้องวอร์มเสียง

..ผมกำลังจะตั้งวงดนตรี  ใช้งบ  1 หมื่นบาท  ทำแฟ้ม โน้ต 8 ชิ้น สัก 2 ชุด  ประมาณ 1 พัน และทำโน้ต เพลงละ 120 บาท   ถ้านักร้องใหม่ โน้ตใหม่เลยเพลงละ 500 บาท

นอกนั้นนักร้อง ก็มอง ๆ ดูอยู่  ส่วนหนึ่ง นักร้องใหม่ ๆ  และนักร้องเงาเสียง

ส่วนนักร้องดัง............ค่าตัวสูง  ต้องดูอีกที

คือคิดในใจ..........ถ้าวงสำเร็จ  ก็รับงานทั่วไป แบคอัฟ   แต่เศรษฐกิจยังไม่ดี

นึกเล่น ๆ  วงสมัยนี้คล้ายคอนเสิร์ต   แต่ต้องขยันทำป้ายนักร้องดัง  ..................ถ้ามีระดับพี่เป้า 5 คน

ช่วงไหนใครออก ก็โชว์ป้ายวงดนตรี ลูกทุ่งสุริยะ   นักร้อง........คนนั้น ๆ

แบบฉากลิเก แต่ดีกว่า หรือ หาวิธี

สมัยนี้ต้องพอเพียง   คือวงไม่ดัง คนไม่ดู   

....แถมเรื่อง  อัดเสียง นักร้อง

คนทำเพลง สมัยก่อนหรือส่วนมาก  เขาดูนักร้อง เสียงดี ก่อน  จะประกวดหรืออะไรก็แล้วแต่  เพราะก่อนหน้าประกวดหรือเสียงดี .............มันมีทางเดินของมันมา

..แต่สมัยนี้ มีวิชาการ มีทฤษฎี ปฏิบัติ มีโรงเรียน มีครู สอนเป็นอาชีพ 

ผมเห็นเด็กตั้งใจ ก็กำลังฝึกให้ออกกำลังก่อน แล้วจะแนะนำ เขาต้องการอัดเสียง เล่น ๆ เหมือนกัน

แต่นักดนตรี มาจากไหนไม่รู้ บอก  อย่าไปร้องเลย เสียงแบบนี้................

...เด็ก เลิกร้องไปเลย

...ซึ่งความจริง แล้ว  มันฝึกได้   ง่าย ๆ ก็   ร้องกับคาราโอเกะ  ร้องทุกวัน และร้องให้ถึงเพลง  ตรงนั้นเป็น สะสมพลังเลย    เหมือนนักมวยจะขึ้นชก   ฟิตหนัก ก่อนชก     แต่ก่อนหน้านั้นมันก็ต้องฝึก พื้นฐานมาก่อน 

...ตั้งเวลา แล้วซ้อม แบบสบายใจ  พลังอยู่ตัว ไม่กดดัน     ผมเคยซ้อม เพื่อประกวด   ขนาดไปเช่าคาราโอเกะ เป็นห้อง   เสียงพุ่ง พลังมากมาย  ไม่ต้องใช้ไมค์เลย

...ร้องเต็มที่ เต็มเสียง ห้องมันเก็บเสียง      นัดรวมกัน  ก็มีตัวหาร   ช่วงนั้น  เช่าร้องคนเดียวเลย

ถ้าเป็นห้องที่อัดเสียงได้   ก็จะวัด   เสียงเราได้  ว่าพัฒนา อย่างไร

....ก็นี่เป็นความจริง  อยู่ที่ใจ และกาย     ใจรักมีชัยไปกว่าครึ่ง      เตรียมร่างกาย  ฝึกซ้อม    เป็นมืออาชีพได้    เกิน 60 เต็มร้อย ก็ถือว่าผ่าน   แต่ตอนเรียน  50 ก็ผ่านแล้ว เลื่อนชั้น

...แค่ใจ  ก็เท่ากับ ผ่านเกณฑ์ 50 คือ เลื่อนชั้นได้แล้ว

ผมอาจได้เปรียบ เพราะชอบถาม ชอบฟัง ใครติชม ผมรับหมด

จริง ๆ แล้ว แค่ จับจุด.........เหมือนเราฟัง นักร้อง   ชาวบ้านฟังนักร้อง ทำไมรู้   คนนี้เสียงดี คนนี้ ร้องดีไม่ดี

...ตัดความกังวล แล้วเดินไปทีละขั้นบันได    ก็พยายาม     สร้างขั้นบันได ให้น้อย ๆ  จะได้ถึงชั้นง่าย ๆ

การเลือกเพลง  ที่เหมาะ ก็  เพราะกว่า  เพลงที่พลังเสียงยังไม่ได้ (สักวันก็จะได้)

...เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 

 

 

 

 

 


  2 มี.ค. 2554 16:42 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป sonwit

  124.120.132.159

   ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะที่เป็นประโยชน์  เอ๊า สมาชิกทั้งหลาย ของดีมีประโยชน์มาแล้วครับทั่น  อิอิ

 


  2 มี.ค. 2554 16:51 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

มันเหมือนกับการแต่งเพลงครับ พิมพ์ไป นึกได้ไป สมองมันแว่บ ๆ  อากาศร้อน

ผมเลยอาบน้ำ  แล้วฮัมเพลง พี่เป้า ทวนอีกที  ความจริงก็ฮัมมาหลายวัน  อยากไปหาที่ร้องร้านอาหาร ก็เบื่อต้องคุยกับแขก

...ได้ผล ก็เลยมาโพสอีก  ก่อนทำงานต่อ 

...ก็เสียงมันไม่พร้อม  ดนตรีก็ไม่มี   เรียกว่า ปั้นคำ.........ปั้นพยางค์เลยทีเดียว   

...คิดง่าย ๆ   เพลงมี 4 ท่อน .......ท่อนละ 4 วรรค  .........ก็ 16 วรรค     วรรคละ 8-10 พยางค์เป็นส่วนใหญ่  

..ร้องลุยมัน ข้ามขั้น  ก็เลยร้องใหม่   เอาที่ละพยางค์ ก่อนเลย    ปั้นให้สวย   คือร้องให้ได้

ผมฟัง    คนจนที่เธอเมิน  บ่อย ๆ  ...................ไป เถิด นวล น้อง ของ พี่   

เที่ยวแรก.........ร้องเป็นวรรคเลย    ไม่สวย    

เที่ยวต่อมา......ก็เอาทีละพยางค์ ปั้นคำให้ได้     ชอบบีบเสียง เพราะข้างบ้านมันดัง.........ต้องเปิดคอ

ไม่ไหว........

 

เอา  กอดแก้หนาว

ย่างเดือนสิบสองลมล่องนาไกล.........

แค่  ย่าง..........พยางค์เดียว เสียงยาวดี        ร้องแบบเทปยืด...............แต่ให้ไหลลื่น  ให้มีคลื่น ลูกคอ ก็ว่าไป  (แล้วเปิดคอ แบบหาว ๆ )  พยางค์เดียว ให้สุดเสียง  มันเสียงต่ำ   (เขาว่า เสียงต่ำ นี่แหละ ชี้เป็นชี้ตาย ให้กรรมการรู้ว่า  นักร้องคนนั้น ร้องเต็มเสียงหรือเปล่า   คือถ้าร้องที่คอ  ไม่ใช้ท้อง มันจะรู้เลย

...แล้วก็   ย่าง..........อยู่นั่นแหละ  ปั้น ลูกคอ    ที่บางคนบอก สั่นขา   ก็ใช้ได้นะ

...อีกอย่าง

ออกกำลัง  กล้ามท้อง  ที่เอามือสองข้าง วางหลังคอ   ท่านอน    แล้วยกหัวขึ้นให้เท้า ติดพื้นอยู่

วันละ 10 ครั้งก็พอ ใหม่ ๆ เอา แค่ 5  ไม่ไหวก็เอาแบบ   เต็ม ๆ ถูกต้อง วันละ 5 

...ฝึกแล้ว  กล้ามท้อง เวลาอัดเสียง ขี้เกียจ บังคับกล้ามท้อง  หรือเมื่อย  ช่วยได้คือ

เอาเข็มขัดรัดท้อง ก็ช่วยได้

ยืนเมื่อย ก็หาเก้าอี้มานั่ง ก็ช่วยได้

แหม ต้องใช้ทางลัด  น่ะ

แล้วก็ ย่าง.....ให้ได้ เท่าต้นแบบ  คือเวลามัน  ร้องสุดเสียง  มีหนัก มีเบา แล้ว  มันไหลลื่น

คือ   ทั้งวรรค

....ย่างเดือนสิบสองลมล่องนาไกล  

8 พยางค์    ถ้าเราร้องเท่ากันหมด เช่น  พยางค์ละ 10  วรรคนี้ก็ ใช้แรง 80  แต่ไม่น่าฟัง

...แค่   ย่าง...พยางค์เดียว ก็มีทั้งคลื่น หนัก เบา  ลูกคอ         ตรงหนักเบา และลูกคอ จะช่วย ผ่อนแรง ได้อารมณ์เพลง  และ  ร่างกายหลั่งสาร ความสุข

...ดูจังหวะตก..................

....เดือน....สอง.....ล่อง....ไกล

ดูจังหวะยก

ย่าง....สิบ....ลม.....นา.....

แต่เป็นเพลงช้า  แต่ละพยางค์ก็ช้า  ถ้าร้องไม่ถูก ร้องไม่เป็น ไม่มีหนักเบาหรืออารมณ์เพลง จะฟังแล้วง่วงนอน.........

อย่างที่บอก  พยางค์เดียว   พี่เป้า ร้องมี มิติ สังเกต เอา  บอกไม่ค่อย ถูก    อารมณ์แต่ละเพลง มันไม่เหมือนกัน

แต่น่าจะเรียก   ปั้นคำ(ปั้นพยางค์)

แล้วปั้นพยางค์แล้ว ให้เป็นวรรค      16 วรรคก็ได้เพลงแล้ว

ตรงที่พี่เป้า ร้องเป็นร้อยเที่ยว  เราก็ฝึกก่อนเข้าห้องอัดสัก 99 เที่ยว จนคล่อง แล้วเข้าห้องอัด  อะไรประมาณนี้   เพราะพี่เป้า เขาขายได้เยอะ ไม่กลัวค่าห้องอัด

เอาให้คล่องเป็นเพลง ๆ  แบบเน้น ๆ

แต่เพลงอื่น ๆ ก็ต่อไปได้  แบบยังไม่เน้น

ประมาณ

1. บันไดขั้น  ร้องให้ได้เนื้อ ได้ทำนอง   จะกี่เที่ยว แล้วแต่บุคคล   (แนะนำรวมก็ยังงี้แหละ)

2. ร้องให้ได้จังหวะ และได้ข้อ 1  แต่ยังไม่เน้นอารมณ์นัก

3. ร้อง ให้ได้ข้อ 1 ข้อ 2 และ  ได้อารมณ์เพลง

ไม่ได้ก็ ซ้อม ฟัง  สลับไปสลับมา  

เดี๋ยวก็ได้  ตั้งเป้า 1 สัปดาห์   บางคน ก็ได้แล้ว  และดีด้วย

.....เล่าให้ฟัง  ตอนอยู่วงศรชัย อ้อ ผมอยู่ ชัชชัยก่อน แล้วรวมกะศรชัย เพราะนายทุนเดียวกัน ก็นายทุนเก่าพี่เป้านั่นแหละ

ก่อนเปิดวง ซ้อม หางเครื่อง 2 เดือน ประมาณ 50-60 เพลง

โชว์จริง ก็ 4 ชั่วโมง

เป้าหมาย ซ้อมให้ได้วันละ เพลง   เขาคงมีหลักในการสอน และจำ ท่าก็คิดตามเนื้อเพลงบ้าง แต่เป็น จินตลีลา  คือความหมายนัย ๆ  แบบ โขน ละคร หรือ ท่ารำ ตามครูสอนมา

วันแรก ได้ 1 เพลง...........มีข้าวเลี้ยงทุกวัน   เป็นการฝึกร่างกายไปด้วย

วันที่สอง มาถึง ต้องทวน เพลงแรกก่อน    .........แล้วต่อเพลงสอง..................  แต่ละวันก็ต้องนึกถึง โชว์จริง 4 ชั่วโมง ก็ซ้อม   ประมาณนั้น จำไม่ได้

วันที่........สิบเอ็ด มาก็ ทวน 10 เพลง   แล้วต่อ เพลงที่สิบเอ็ด

จน ได้ครบ เดือนกว่า................เหลือเวลา  ก็ทวนเพลงที่ไม่ได้ ใครไม่ได้ตรงไหน ก็ทวน ก็ถาม หรือตามกันไป  เพราะมีหลายคน 

เหมือนว่า จะมี สองทีม   ก็จำไม่ได้อีก ว่าซ็อมรวมเลยหรือ แยก

.......เล่าให้ฟังเพื่อ  สงบสติอารมณ์ ความรน    ผมก็ไม่รู้หรอก  สองเดือน หรือกี่วัน มันน้อยจัง

ก็ก่อนแสดงจริง วันสองวัน ต้องซ้อมใหญ่  แต่งหน้าจริง ใส่ชุดจริง

...อ๋อ  ก็แสดงจริง วันแรก ก็คือ ซ้อม หรือ ทวน  หลายวัน  ก็เพลงเดิม ท่าเดิม   คราวนี้มันจะไม่ค่อยผิด มีผิดก็โดนตัดเงิน

....พอเรารู้ว่า แต่ละเพลง  มี 16 วรรค  เรามีเวลาเท่าไหร่  ก็หารเอา เช่นมีเวลา 15 วัน ก็เอาให้ได้ วันละ วรรค  สองวรรค        มันจะขึ้นใจ   พอเข้าห้องอัด  สบาย

...บางคนบอก สมัยนี้ ตัดต่อ แต่ง ได้  มันก็ได้ แต่แต่งแล้ว ไม่ใช่ตัวเรา

ร้องให้ได้เป็นท่อน ๆ ก็ยังดี

....ต้องดีไซน์  ออกแบบการร้อง   หรือ ก็อป  ต้นฉบับ  แต่เป็นเสียงเราเอง

....ถ้าเป็นเพลงใหม่ ก็ต้องดีไซน์ การร้อง การปั้นคำ     แล้วฟัง...........แล้วพยายาม ทำบันได 3 ขั้น

บางทีอาจรู้ แต่ทำไม่ได้...........นั่นแหละ  ไปแก้ไขแล้วทำให้ได้

....เสียงคนเรา เป็นเสียงดนตรีชิ้นหนึ่ง  แต่ละคน อาจเป็น ทรัมเป็ต บางคนอาจเป็นแซก ..........

ร้องอย่างไร เป่าอย่างไร ให้เพราะ ให้มีสำเนียง

7 วันว่างซ้อมดนตรี  อาจเป่าได้ แต่ไม่มีสำเนียง      ทั้งร้องทั้งเป่า  หางเสียงทำไง ต้องการอย่างไร

ฝึกเป่าจุดนั้นเลย.........จะลูกคอแบบไหน ก็อย่าให้เสียงขาด.........ค่อย ๆ เบา      ลงคอ  

แม้แต่การเป่าดนตรี  อารมณ์ ก็ต้องมาจากข้างใน.............เขาเรียกใส่อารมณ์   ควบคุมให้ได้

.....เหมือนคำสุดท้าย   ไกล.....

ย่างเดือนสิบสองลมล่องนาไกล.........

ต้องการให้  ไกล.....อย่างไร   ก็ฝึกตรง  ไกล.....ให้ได้    แล้วรวมพยางค์    เหมือนจิ๊กซอ  แยกซ้อมแต่ละพยางค์ แล้วรวมเป็นวรรค

เรียนลัด แบบละเอียด...........บางคนอาจเบื่อไง   ต้องให้รู้ทางหนีทีไล่ แล้ว จะไม่รน ไม่รีบ

นับ 1 ถึง 16 วรรคก็จบเพลง

บางคนร้องเพลงประจำตัวได้ดี ได้เก่ง................พอต่อเพลงใหม่หรือร้องเพลงใหม่   ฟังไม่ดี.........ก็เพราะ ไม่รู้ทางเพลง

เขาเรียก เพลงเก่ง

ก็ไม่เป็นไร ทำ 10 เพลง ก็เอาเพลงเชียร์นั่นแหละ  ร้องให้ช้ำ บันได 3 ขั้น   อีก 8-9 เพลงได้แค่ไหนก็แค่นั้น

ถ้าองค์ประกอบได้ ก็เอาให้ดีทั้งหมด 

หรือ เก็บ ดาต้าไว้  พร้อมเมื่อไหร่ ซ่อม

 

แล้วผมก็ยัง ย่าง.....ไม่สุกสักที

 


  2 มี.ค. 2554 17:58 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ดอกแค ชายทุ่ง

  113.53.201.155

  

ท่านสมบัติ งานเข้าแล้วท่ายเอ๋ย ท่านภาค บริสเบน ส่งเพลงที่ร้องเพลงพี่เป้ามาจากแดนไกล จากนอกเชียวหละ คราวนี้ท่านได้วิจารณ์แล้วครับ เพื่อพัฒนาปรับปรุงครับ สองเพลงฟังเลยครับ จากท่านภาค   บริสเบน   ผมว่าแนวเสียงของท่านภาคบริสเบน ท่านอมรซาวด์ สายัณห์ นครราช  และมนต์เสน่ห์ แดนสรวง มาทางพี่เป้านะ ไพเราะคนละแบบ

                             เพลงพี่เป้า ร้องโดย ภาค  บริสเบน

เพลงแรก

 http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4BD3411B9V3XMZS498RIRZMCKOSGN

เพลงที่ 2

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4BD3411B9L3I2M4HZ4TYFTZUK6A6Q

 ป.ล. คุณภาคส่งทางเมลล์ ฝากผมลงให้ครับ

 


  3 มี.ค. 2554 02:57 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ. แดง ดอนตรอ

  118.173.38.231

  

*****ลองฟัง  อย่าลืมตัว  .............คำว่า    เจ้า............พยางค์เดียว  

..คือสังเกต แล้ว ทำความเข้าใจ  แล้วผู้ร้อง ก็จะ  เหมือนบล็อค แม่พิมพ์   ตีบทแตก ด้านเสียง

 

..เวลาฟังเพลงทั่วไป ลองฟัง และเคาะเท้า จังหวะตก   ก็เล่นคำหลัก ๆ ที่จังหวะตก.........

จะบี้ ขยี้ จะทิ้งคำ จะเอื้อน จะลูกคอ       ก็จังหวะตก ก็จะไปกะดนตรี

แล้วเสียงใครก็ตาม จะดีไม่ดี  มันก็จะ หล่อ....ทันที

เออใช่.....อย่าง  นักร้องที่ลงเพลง   บ่อย  ๆ  ตอนนี้    .......

วิจารณ์เยี่ยมาก***********มาลงเพลงฟังกับ้างครับ...

 


  3 มี.ค. 2554 12:39 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

ได้เลยครับ

มี 2-3 กลุ่ม

..เสียงเหมือนพี่เป้า  ได้เปรียบ พยายามร้องให้เหมือน

..เสียงไม่เหมือน แต่ร้องเหมือน อันนี้ก็  มีสิทธิ์เป็น นักร้องร่องเสียงตัวเอง กว้างไกล

..นอกจาก 2 ข้อ

ของเรา เรียนลัด   แก้ตรงจุดไปเลย  มีปัญหาตรงไหนบอก............แก้ตรงจุด

เช่น ลูกคอไม่มี  ฝึกได้...............

เสียงไม่พุ่ง..................

ลมหายใจไม่ยาว...............

ฯลฯ

จังหวะตกเป็นหลัก  จังหวะยก ก็เป็นรอง แต่ก็เล่นคำด้วย   บางทีคำร้องมันไม่ตก ไม่ยก

เอาพอประมาณ  เขาเรียกจังหวะขืน   ก็ให้ไปกะดนตรีแล้วกลมกลิน  แต่เวลาฝึก สามารถปั้นคำ สบายสบาย โดยไม่มีจังหวะ เหมือนเทปยืด  เพื่อฝึก..........ให้เสียงไหลลื่นตามต้องการ แล้วก็ปรับการร้อง พยางค์นั้น ๆ ให้ได้

...ประมาณ ก็อปปี้ ต้นฉบับ ให้เหมือนที่สุด  ฟังมาก ๆ เคาะเท้าตาม  ฟังให้ขึ้นใจ  แล้วจะร้องได้  แต่เสียงจะเหมือนไม่เหมือน ไม่เป็นไร   มันหล่ออยู่แล้ว

 

 


  3 มี.ค. 2554 13:20 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

ฟังแล้วครับ

รวม ๆ ก็ดี ฟังได้

..แก้ เรื่อง พลัง เสียงไม่พุ่ง   เล่นกล้ามท้อง......วันละ 5,10,15,20 ครั้ง

ร้อง โห่ะ.....จากท้อง    หาที่ร้อง ให้เต็มเสียง  เหมือนเราตะโกน     หรือเบ่ง  ตะโกนเรียกใครเต็มเสียง สุดเสียง 

 

..ลูกเอื้อนลูกหยอด  ฟังต้นฉบับมาก ๆ แล้วปรับทำเสียงเราให้ใกล้เคียง ก็พอ  มันน่าฟังอยู่แล้ว

เพราะเสียงพี่เป้า มีหลายเวลา...........10 ปีแรก  10ปีสอง 10 ปีสาม 10ปีสี่ 

..แอคโค่ช่วยให้ น่าฟังอยู่   คิดว่า ใจรักด้วย  อารมณ์ก็ได้    แต่ได้อีก

..จังหวะตก ไม่ขยี้คำ     อ่านด้านบน   ก็ฝึกได้ทุกคน

..ผมโชคดีตรง   ทำแล้วมันไม่ราบรื่น   คนที่ทำแล้วราบรื่นจะไม่รู้ปัญหา    มีนะ  ผมเป่าทรัมเป็ต ตามครูสอน  ไม่ได้จำว่า หลัก ๆ มันคือการเม้มริมฝีปาก  พอบวช ก็ทำงาน หยุดเป่าไป มาเป่าอีกที จำอะไรไม่ได้เลย เป็นต้น    แต่ทำไมเพื่อนมันไม่ได้เป่า แต่มันอยากเป่าก็เป่าได้   (อยู่ที่การเม้มริมฝีปากเป็น)

..ผมก็ร้อง ๆ เลิก ๆ  เสียงก็ไม่สม่ำเสมอ  

..ลองดู อ๊อด โอภาส  ร้องศรคีรี   ร้องไม่เหมือน ขายได้เป็นล้าน 

..ก็คุณภาค  เอาแบบรวม ๆ ก็ พลังเสียง  กับ ขยี้คำ  เสียงน่าจะมีส่วน  ไม่เหมือนพี่เป้านัก

..พลังเสียง เวลาฝึก ฝึกเสียงสั้น และเสียงยาว     เสียงสั้นเหมือนเวลาเราไอ....เลยครับ แต่ใช้ท้อง ขมิบก้น ใช้ถุงลม ดันเสียงและลม ออกปาก  (เปิดคอ เหมือนหาว) เบิกคิ้วขึ้น ตาโต ทำตาโต

ถ้าร้องถูก สังเกต จุดรวมเสียงจะอยู่ ตรงหน้าผาก  (แล้วลองร้องแบบไม่ถูก ร้องจากคอ เสียงจะอยู่ ตรงปาก)  ผมเห็น คนร้อง สะใภ้นายก  เวลาร้องจะไม่ก้มหน้า  นั่นแหละ  ใช่    ถ้าก้มหน้า คอจะไม่ตรง เสียงจะไม่พุ่ง

..ถ้าร้องถูก เวลาหันไปซ้าย หันไปขวา  เสียงก็ยังเหมือนเดิม    ถ้าร้องผิด หันซ้าย หันขวา เสียงจะเปลี่ยน

..คุณ ภาคร้อง ยังไม่เต็มเสียง  ถ้าเต็มเสียง เสียงพุ่ง  คนร้องจะมีความสุข เป็นกลไกลของร่างกาย

ส่วนคนฟัง ยิ่งสุข  ไม่ต้องลุ้น

..ลองฝึก   จังหวะตกเน้น จังหวะยกเบา  เหมือนกระตุก   ไว้ใช้ตอนฝึก....เพื่อกระชับเสียง

ผ่อนหนัก ผ่อนเบา 

..ตีบท   หอม..........ใส่อารมณ์  หอมจริง ๆ  แต่มันเป็นมิติ อยู่ในพยางค์   ถ้าเป็น มนต์รักลูกทุ่ง  หอม....

อันนั้นมีเวลายาว   ถ้าไม่ใส่อารมณ์ หรือเล่นคำ ขยี้คำ  มันฟังแล้ว จะง่วง....

คนร้องก็ เหมือนโดนบังคับให้ร้อง

..ไม่สนับสนุนให้พึ่งยาเสพติด  แต่  ลองจิบเบียร์สักแก้ว ร่างกายจะไม่เกร็ง  อารมณ์เพลง จะมา

ร้องหนัก ร้องเบา  ขยี้คำจังหวะตกไว้ก่อน  มันขยี้ได้หลายแบบ     เช่น ใส่ลูกคอ  ใส่แค่คลื่นสั่น  ลงคอ

คือฟังต้นฉบับก็สังเกตดู  มันไปตามอารมณ์เพลงน่ะ  แต่ไม่ปล่อยให้ห่วน ๆ  

...ผมไม่ทราบอายุ หน้าตา บุคลิก    แต่เสียงและการร้อง มาถูกทาง  แก้ตรงจุด ก็มืออาชีพได้

..ถ้าเข้าใจการร้อง  ก็หมดห่วง    อย่างอื่นแต่งได้ ไม่หล่อ ก็แต่งได้

..เวลาถ่ายรูป ก็นอนมาก ๆ  กินน้ำเยอะ ๆ รูปก็จะออกมา มีน้ำมีนวล อิ่มเอิบ เป็นต้น

..สังเกต พี่เป้าร้อง  ในคอจะเปิด   การร้อง  อา อี เอ โอ อู  ในลมเดียว ขากรรไกร รูปปาก จะฝึกฝน

บังคับลม พลังที่ท้อง  เปิดคอ  หน้าตาจะเฉย ๆ   คนดูมอง  ..........เสียงสุดยอด  ร้องเองหรือเปล่า จริง ๆ ใช้ท้อง.........ถุงลมนั่นเอง   ปอด คอ ปาก แค่ทางผ่าน

...ถุงลมจะเหมือนลูกโปร่ง   ใช้กล้ามเนื้อท้องใต้ถุงลม บีบ   ถุงลมจะพอง ใช้กล้ามเนื้อท้องค่อย ๆ บีบ ให้ลมออกทางปาก  ............ถ้าไม่มีหนัก มีเบาในเสียงในคำร้อง  ลมจะหมดเร็ว

...อา อี เอ โอ อู  ฝึกหลายระดับเสียงได้ ในลมเดียว เป็นการ โหนเสียงต่ำไปสูง 

เหมือนคำว่า ทุกข์..........ในตรงขึ้นเพลง ลูกสาวผู้การ           ...เกิดมาจน ทุกข์ เหลือทน

...แล้วแต่จังหวะ แล้วแต่คำ  ถ้าต้องกระชับ ก็ ถุงลมบังคับให้กระชับคำได้   และชัดถ้อยชัดคำ 

แบบศรคีรี ร้องสูง ตรงโน้ตเลย ลองไปฟังดู...........แต่ถ้าไม่กระชับคำ ก็ต้องใส่ ลูกคอ ลูกอารมณ์ ให้พยางค์มันสวย ๆ จะมีหนักมีเบา   แต่เราอาจไม่ได้สังเกต หรือดนตรีมันเคลือบกลบ

..เวลาซ้อมปากเปล่า  จะดี 

..อยู่ที่ ทำความเข้าใจ พอเข้าใจแล้ว  ก็อยู่ที่การฝึกแล้วครับ    ซ้อม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ...............

..ร้องแล้วร้องอีก ทีละวรรค  พยางค์ไหนไม่สวย  ร้องให้สวย  (ผมว่าใช้ต้นฉบับเป็นหลัก แต่ถ้าเข้าใจ เราใส่เองก็ได้  รวมแล้ว น่าฟัง ) คงไม่ไปจับผิดขนาดนั้น

..นักร้อง  คือ ผู้เชี่ยวชาญการร้อง         ร้องวันนี้ อาจไม่เหมือนร้องพรุ่งนี้   ร้องเพลงนี้แบบพี่เป้า อาจร้องเพลงเดียวกัน แบบศรเพชร แบบสุนทราภรณ์ ฯลฯ

มันน่าฟังไปหมด  

ก็อย่าง พี่เป้า ออกไป  ศรคีรี   แต่เป็นเสียงพี่เป้าเอง  อนาคตจึงไกล

แต่แนวเสียง เมืองมนต์ ก็ ศรเพชร

แนว พรศักดิ์   คือ ไมค์

แนว ชาย เมืองสิงห์  ก็ ชายธง

 

 


  3 มี.ค. 2554 13:23 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป วิทย์ปทุม

  124.120.132.159

  

ทดสอบ  ครับ ทดสอบ  "ยวนย่าเหล"  1..2...3...

http://www.4shared.com/audio/UY_2LZMX/-__online.html

 


  3 มี.ค. 2554 13:34 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

อีกนิด เรื่อง จังหวะ รู้สึกจะ ไม่ทันจังหวะ อย่างขึ้นต้น   หอมอันใด...........เข้าช้าไปหน่อย

ส่วนเพลงช้า.........จะชัด เรื่องมิติในเสียง  อาจเกิดจาก การร้องบ่อย ๆ ในเพลงนั้น และ อารมณ์เพลง

ฝึกตรง  ลูกคอ

...ปิดปาก   ฮึม........จากช้า ไปถี่ขึ้น เอาง่าย ๆ แบบ ตีกลองเพลง     1    1    1    1  2  2  2  2 3 3 3 3 4444

มันบอกลำบาก อิอิ

...ร้องเที่ยวแรก  เสียงยังไม่มา   เที่ยวที่สิบเสียงจะมา 

...ร้องเที่ยวแรก สำเนียงไม่มา  เที่ยวที่สิบสำเนียงจะมา

คลื่นเสียง ไม่ฝึก ไม่มีอารมณ์ มันจะ เนือย ๆ   หาเพลงที่อยากร้องมาร้อง จะช่วยได้

 


  3 มี.ค. 2554 13:51 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป samabati

  27.130.137.20

  

ยวน ย่า เหล

...ก็ดีนะครับ

ก็แก้พลังเสียง ไม่มาก แต่ พลังเสียง เป็นพื้นฐาน   ถ้าตั้งไว้ 100  แต่ละคน ฝึกแล้ว  ใครที่มีพื้นฐานบ้าง ก็อาจฝึกไม่มาก  ใครที่ไม่มีก็ถ้าสม่ำเสมอ ก็  ถึงเป้าหมายเหมือนกัน

..อาจเป็นเพลงเร็ว แต่ละพยางค์ ไม่มีหนัก เบา  ก็ใช้หลักจังหวะตก  เอาจังหวะให้ทันด้วย และมีหนักมีเบาด้วย

..แล้วค่อยปรับ อารมณ์ ให้สนุกสนาน 

..พลังเสียง ก็เปิดคอ       ตามองตา    อ้าปากเปิดคอ     ตา.........ปั้นคำ      มันจะสนุก ทั้งคนร้อง คนฟัง

และเต็มเสียง โหนเสียง อย่างรวดเร็ว   เช่น ระนาด  1 2 3 4 5  แต่ถ้าเวลาน้อย เขาเรียกรูด 12345 ตวัดเสียง แต่จริง ๆ ฝึกช้า ๆ จะเห็น น่ะ  ฝึกช้า ๆ

การปั้นคำ ให้ฝึกช้า ๆ ก่อน  จะกี่โน้ตก็ฝึก  ช้า ๆ แล้วเพิ่มความเร็ว    เวลาเราสังเกต อาจไม่ชัด

 

...ระหว่างเดินทางฝึก หรือ ทำความเข้าใจ ทางลัดคือ ฟังต้นฉบับ แล้ว ก็อปปี้ ให้เหมือน ทีละวรรค

...ก่อนร้องเพลงใด  ก็ศึกษา อารมณ์เพลง แล้วเราต้องปรับอารมณ์เราให้ เป็นไปตามเพลงนั้น ๆ

เพลงนี้ สนุกสนาน  ถ้าเราปรับอารมณ์คนร้องให้สนุกสนาน ทิ้งอารมณ์อื่นไปเลย  อารมณ์จะมาจากใจ

จากข้างใน  คนฟังก็จะรับรู้  แต่ละคำ แต่ละพยางค์ มันจะไปตาม

...อย่าง  ยอมตายที่ตราพระยา    น่าจะ สู้ตายมากกว่า  ........

เลือดและน้ำตา................เลือด  พยางค์เดียว   ใส่อารมณ์  เค้นอารมณ์ อยากจะกินเลือดกินเนื้อเลยทีเดียว  แนวหวานอย่างพี่เป้า ก็ร้องปลุกใจได้  มหัศจรรย์จริง ๆ

ทุกอย่างถูกควบคุมโดย ทำนองและจังหวะ

...ร้องอันนี้น่าจะ  บันไดแรก   เอาคำร้อง ทำนอง จังหวะ  ผ่าน

...บันไดต่อไป   ปั้นคำ ขยี้คำ

...บันไดสุดท้าย อารมณ์ 

อ้อ ไม่รู้เสียงเราเอง หรือดัดเสียง  ก็มีส่วนคล้ายพี่เป้า แต่ไม่รู้ยุคไหน อิอิ

 


page [1]2 3 ...9 10 11   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์

บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010